คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนงาน: คำตอบสำหรับคนที่กำลังลังเล
การเปลี่ยนงาน: ทำไมหลายคนถึงลังเลแม้ได้อาชีพดีแล้ว?
ถ้าคุณกำลังนั่งหน้าจออดีตเมืองหลวง ลองขูดขึ้นมาจากโต๊ะหนึ่งเพราะตัวเองรู้สึกว่าอยากทำบางอย่างต่างออกไป คุณไม่ได้อยู่คนเดียว พูดตามจริง คนส่วนใหญ่ที่คิดจะเปลี่ยนงานต่างก็มีความลังเล ไม่ว่าจะเป็นเพราะกลัวความเสี่ยง กลัวว่าจะหาเงินไม่ได้เหมือนเดิม หรือกลัวว่าตัวเองอาจจะไม่เหมาะสม
ในบทความนี้ ผมจะตอบคำถามที่ได้ยินบ่อยครั้งจากผู้คนที่เหมือนคุณ คนที่อยากเปลี่ยนแต่ยังไม่ชัวร์ว่าควรทำตอนไหน และควรทำยังไง ไปลุยกันเลยดีกว่า!
มีงานดี ค่าจ้างเอกสารแล้ว จริงๆ ต้องเปลี่ยนงานหรือเปล่า?
นี่คือคำถามที่คนหลายคนเหนื่อยใจ ความจริงคือ "งานดี" และ "งานที่เหมาะกับตัวเอง" มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
ถ้างานนั้นให้เงินแต่ทำให้คุณรู้สึกหมดแรง เหมือนชีวิตติดลิ้นชักอยู่ทุกวัน หรือมีความฝันในทำงานแต่พื้นที่นี้ไม่มีโอกาสให้ลองได้ คำตอบคือ ใช่ คุณควรคิดจริงจัง
การเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้งานปัจจุบันไม่ดี การเปลี่ยนยังสามารถเป็นก้าวไปข้างหน้าได้ แม้งานตอนนี้จะสบาย เมื่อคุณสำเร็จเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว หรือเห็นชัดว่าไม่มีพื้นที่ให้ปั่นมากขึ้นอีก การมองหาพื้นที่ใหม่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ
ลองถามตัวเองนี่: "ถ้าฉันอยู่งานนี้ต่อไป 5 ปี ฉันจะได้เรียนรู้อะไรใหม่?" ถ้าคำตอบเป็น "ไม่มาก" แล้ว อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องหาโอกาสใหม่
อายุ 30 ขึ้นไป ยังคิดจะเปลี่ยนงาน เป็นการสาย ไหม?
ห้อยเด้อ ไม่สายเลย! นั่นเป็นความเชื่อที่ล้าสมัยมากๆ
ความเป็นจริงคือบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสูงวัยระหว่าง 30-45 ปีมักเป็นที่ต้องการของบริษัทจริงๆ คุณมีทักษะอ่านสถานการณ์ ทักษะการสื่อสาร ความเข้าใจตัวเองและสิ่งที่อยากทำจริงๆ แล้ว
ถ้าคุณเปลี่ยนงานตอนนี้ คุณจะไม่เข้าไปเป็น "น้องใหม่" ที่ต้องหกเข่า คุณจะเข้าไปเป็นคนที่มีมูลค่า มีความรู้ที่สามารถช่วยทีมได้ตั้งแต่วันแรก หลายบริษัท ยิ่งต้องการคนแบบนี้เสียด้วย
ปัญหาคือ บางคนรู้สึกเหมือนกำลังเริ่มต้นใหม่ แล้วอึดอัดใจ แต่จริงๆ สิ่งที่เคยเรียนจากอาชีพเก่า มันจะบ่งบอกกับตัวคุณตลอด
ความวุ่นวายในการหางาน: ต้องเตรียมตัวนานเท่าไหร่ถึงจะมั่นใจ?
ประมาณ 3-6 เดือน ก็เป็นช่วงเวลาที่สมควรแล้ว
ในช่วงเวลานี้ คุณควรทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน เช่น ปรับปรุงประวัติส่วนตัวให้ดูแล่นและเหมาะสมกับตำแหน่งที่อยากได้ ฝึกทำโครงการเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่า"คุณเป็นอย่างไร" ลองคุยกับคนในสายงานที่อยากเข้า เพื่อเข้าใจความจริงของการทำงานในโลกนั้น
เตรียมตัวไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำให้สมบูรณ์แบบ (ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก) แต่หมายความว่าคุณต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรและเข้าใจถึงความเสี่ยง แล้วพร้อมจะสนับสนุนตัวเองผ่านมันไป
ถ้าหากเข้างานใหม่แล้วพบว่าไม่เหมาะสม จะทำไง?
นี่เป็นอีกหนึ่งความวิตกกังวลที่พบบ่อย แล้วก็มักทำให้คนยำเกาะลาบกาบ บ่นบนโต๊ะหรือสกดวลคุยกันไป
ก่อนอื่น ให้ตัวเองเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ก่อนตัดสินใจถูก คนส่วนใหญ่เข้าไปในงานใหม่แล้ว แรกๆ มันจะรู้สึกหนาวหืดเสมอ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย วิธีการทำงาน วัฒนธรรมบริษัท ผู้คนรอบตัว แต่เมื่อปริมาณไปประมาณ 3-6 เดือน คุณจะเห็นรูปแบบของสิ่งต่างๆ อยากจะหนีออกมาหรือจะเต็มไปด้วยพลังต่อ ก็จะชัดเจนขึ้น
ถ้าเมื่อครบเวลานี้แล้ว คุณยังรู้สึกว่าไม่ใช่สถานที่สำหรับตัวเอง ตัดสินใจใหม่เลย ไม่มีอะไรผิด คนแต่ละคนมีเส้นทางต่างกัน และบางครั้งเราต้องลองเพื่อรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากได้
เซลารี่ต้องเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์จึงจะคุ้มค่าเปลี่ยนงาน?
สำหรับคำถามนี้ ไม่มีหมายเลขที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว เป็นไปได้ว่าประมาณ 15-25% ขึ้นไปจะเป็นช่วงที่หลายคนคิดว่าคุ้มค่า
แต่นึกให้ดี เงินเดือนไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องนำมาชั่งน้ำหนัก ก็ยังมีอย่างอื่นด้วย เช่น ขนาดคอมมิวต์ (ใช้เวลานั่งรถเท่าไหร่) สภาพแวดล้อมการทำงาน โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน
มีคนบางคนยินดีรับเงินเดือนต่ำกว่า แต่ได้ไปทำงานที่บ้าน ได้ความสบายใจ และไม่ต้องติดขัดในการแสดงตัว มีคนบางคนขอให้เพิ่มเงินอยู่เพียงบ้าน แต่ได้โอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างที่ตัวเองหลงใหล
จงคิดเป็นภาพรวมแบบ "คุณภาพชีวิตรวม" ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข
ฉันเป็นอินโทรเวิร์ต การจ้างงานใหม่ จะหนัก ไหม?
จะมีความท้าท่าแน่นอน เพราะคุณต้องทำการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ทำให้มนุษย์ใหม่ ถือว่าเป็นสิ่งที่อินโทรเวิร์ตต้องใจดีสักพักอยู่แล้ว
แต่นี่ไม่ใช่การกล่าวแนะนำว่า "คุณทำไม่ได้" เลย
ความจริงคือ อินโทรเวิร์ตมีจุดแข็งในการที่ ใจเย็นชา ฟังดี คิดลึก คำ ๆ เดียวอาจเป็นไปได้ว่ากว่าคนเอกซ์โตรเวิร์ต คนส่วนใหญ่ชอบคุณไม่ช่วยให้คุณแร็นดิ้ง
ลองหาบริษัทที่ยอมรับการทำงานแบบหลากหลาย ไม่ใช่เพียงแต่คนพูดมาก แต่ยังให้คุณคิดลึกและมีส่วนร่วม การออกแบบงานที่ประกอบไปด้วยคนหลากหลายประเภท มักสร้างความสมดุลที่ดี
ที่แล้วคิดจะเปลี่ยนงาน แล้วไม่ได้เปลี่ยน ตอนนี้ฉันหยุดหลัง ฉันควรทำไง?
อย่า เสียดายกับตัวเอง แล้ว ก็เอาเหตุมาคิดดู
บ่อยครั้งที่ผู้คนไม่เปลี่ยนงาน ไม่ใช่เพราะงานดี แต่เพราะ กลัว - กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวการหาคนใหม่ กลัวว่าเราอาจจะไม่พอ
คราวนี้ให้ยืนหลับสิ่งเหล่านั้น คำถามที่ต้องถามตัวเองคือ "ตอนนี้ฉันอยากได้อะไรจริงๆ?" และ "ฉันกลัวหรือว่าฉันไม่พร้อม?" การบอกความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญ
ถ้าคุณรู้สึกว่ายังไม่พร้อม ลองทำโปรเจ็กต์บางอย่างสำหรับตัวเอง เรียนรู้ทักษะใหม่ ลองถ่ายภาพสินค้าตัวเอง และทำให้พอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม หลังจากนั้น คุณอาจจะรู้สึกพร้อมขึ้น
ถ้ากลัวแค่นั้น ให้เข้าใจว่าความกลัวเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ต้องมีความกลัวทั้งหมดจึงจะเริ่มต้น ลองทำขั้นที่สองเสีย ส่งโปรไฟล์ไปที่บริษัท บ้าง ไปสัมภาษณ์บ้าง ไม่ต้องตัดสินใจทั้งหมดทั้งราคาในตอนนี้
ปิดท้ายเคล็ด: "ไม่" ของวันนี้ไม่ได้หมายถึง "ไม่" ของวันพรุ่งนี้
ถ้าคุณตัดสินใจว่ายังไม่เปลี่ยนงาน ไม่เป็นไร คำตัดสินนั้นเป็นคำตัดสินของวันนี้ เพื่อเหตุผลที่มีความหมายสำหรับคุณเท่านั้น
แต่อย่าลืมว่า คุณสามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา หลังจากได้เรียนรู้ เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง หรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป
การเลือกอาชีพและการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนงาน คือเรื่องส่วนตัว ไม่มีหนึ่งขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทั้งหมด คุณจำเป็นต้องได้ยินจากตัวเอง เข้าใจตัวเอง แล้วเชื่อในตัวเอง
ถ้าคุณกำลังไตร่ตรองว่าจะเปลี่ยนงาน ลองหมั่นไสใจและยิ้มให้ตัวเอง - คุณกำลังคิดสิ่งสำคัญอยู่เสียแล้ว แล้วใจจงสงบและลงมือทำอยู่ค่อยๆ สู่เป้าหมายของคุณ มันอาจไม่ได้เป็นความเสี่ยง มันอาจเป็นการลงทุนสำหรับอนาคตของตัวเอง