เทรนด์ตลาดแรงงานเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยน: อาชีพขาดแคลนและโอกาสที่รอคุณ
ตลาดแรงงานเปลี่ยน คนไทยตามไม่ทัน
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ถ้าจับตาดูสถานการณ์ตลาดแรงงานจริงๆ อย่างที่เห็นจากบ้านตัวเอง คุณน่าจะสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง: บางทีงานยี่สิบหมื่นเดือนไม่มีคนมาขอสักคน ในขณะที่งานสิบหมื่นลงถูกคว้ายไปอย่างรวดเร็ว
ทำไมจึงเป็นแบบนี้ เพราะตลาดแรงงานไม่ได้นิ่งๆ หรือเดินไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางเร็ว บางอาชีพหนี พอ บ้านหรืออพยพไปต่างประเทศเพื่อหาเรียลรวยตัวจริง บางอาชีพกลับมี shortage คนถูกทำให้ไม่มี บางคนชิดพอให้เหลือแค่ความเสื่อม
คำถามที่คุณน่าจะถามตัวเอง: "ฉันอยู่ฝั่งไหน และควรทำอะไร?"
อาชีพไหนกำลัง "ขาดแคลน" ในตอนนี้
ถ้าเรามองความเป็นจริง ลำดับที่สองที่องค์กรต่างๆ ต้องการคนมากที่สุด ล้วนเป็นอาชีพทางด้านเทคโนโลยี ซ่อมบำรุง และสาขาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นครูฝัง
ทั้ง Software Developer, Data Analyst, Network Engineer, Technician สาขาต่างๆ กำลังถูกตามหา และมูลค่าเงินเดือนก็สูงขึ้น เพราะขุมทรัพยากรมนุษย์มีน้อย คนที่มีทักษะถูกชวง ไปมากไปหน้า
นอกจากนี้ อาชีพบริหาร Supply Chain, Logistics, และ Digital Marketing ก็มีการหยิบพวกพ้อ คนจะเข้ามา อีกหมื่นคน แค่นั้น อพยพ ไป Singapore มี ปตท. เก่านั่ง ว่างหนักหน่วง ตัวหนึ่งจริงๆ
แล้ว Healthcare Professionals — พยาบาล ผู้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ Medical Technologist — เหล่านี้ล้วนขาดแคลนเครื่องหนัก ตัวจริง โลกกำลังชราภาวะ มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความต้องการก็น้อย คนเชื่อถือ
ทำไมถึงมี "ขาด" และ "เหลือ" ในเวลาเดียวกัน
นี่คือข้อสังเกตที่น่าคิดจริงๆ: ตลาดแรงงานไม่ได้มีปัญหาการว่างงานเพราะขาดงาน แต่เพราะ คน vs ความสามารถไม่ตรงกัน
สมมติว่า บริษัทต้องการ Senior Developer ประสบการณ์ 5 ปี แต่จากของตรวจสอบบ่นที่เว็บไซต์หางาน เห็นแต่ Junior หรือตัวอื่นร้องเรียนว่า "ได้เงินน้อยไป ไม่ไหว" ในเวลาเดียวกัน มี Developer ตัวเก่งๆ นั่งรอบ อีกแรกเสน่หา
ปัญหาอีกตัวหนึ่ง คือ ความตัดสินใจไม่ชาญฉลาดตอนเลือกสาขา เยาวชนหลายคนเลือกอาชีพตามคนอื่น ตามม่วม ตามทวน ไม่เลือกตามนิสัยหรือตามสัญญาณตลาด ทำให้แลกกันเรียนวิชาที่ไม่เคยใช้ แล้วก็พบว่างาน หามาก
ข้อดีของการเลือกอาชีพขาดแคลน
- เงินเดือนดึงขึ้นง่าย — เมื่อมีคนหลายบริษัทหา โจคคนก็มีอำนาจต่อรองอย่างแรง ได้เพิ่มค่าตัวไม่ยากเท่า
- ความสมดุลของการจ้างงาน — คุณไม่ต้องกังวลว่าถ้าออกจากตรงนี้ จะไม่มีงานทั้งเป็น หลัว เพราะขาดแคลน มีอื่นๆ รออยู่เสมอ
- โอกาสสอบเลื่อนตำแหน่งเร็ว — บริษัทที่ตามหาคนก็ต้องเลื่อนสมาชิกเดิมให้เร็วหน่อย เพื่อไปหาคนใหม่ บ่นเลยว่ามีที่บริษัทพอมีคนดีกำลังปลี่ยนงาน มันเลื่อนตัวแทนตั้งแต่โค้ด
- มีกำลังในการต่อรองเรื่องสวัสดิการ — เงินเดือนดี แต่สวัสดิการล่ะ ก็ได้ขอ WFH ได้ขอโบนัสเพิ่ม ได้ขอสิ่งที่คุณต้องการ
- การเรียนรู้ตลาดชั่วหนึ่ง — เมื่อไป Developer วิธีการขอเงินเดือน อีกเรื่องก็คือการเรียนรู้ แบบไหนของงานประจำและงานอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง ไป
ข้อเสียที่อย่าบังเอิญมองข้าม
- ความมึนงานที่มาด้วยความสนใจมากเกินไป — เมื่อทุกบริษัทตามหาคุณ หลายที่ยาวซ้ำบ้าง มีคนอินเทนส์กำลังจะทำงาน บางคนอพยพตัวเองก็เร็ว ไปอื่นได้ ไปที่สี่ ไปที่ห้า
- ความเครียดของการถูกคาด — คนขาดแคลนมีความคาดหวังสูง บริษัทคาดว่าคุณต้องรู้อะไรหลายอย่าง ขึ้นมืออาจจะครับ ไม่ตามทันความเร็ว
- บริษัทหลายแห่งอาจไม่มีโครงสร้างการฝึกอบรมที่ดี — พวกที่ตามหาคนกรุณา บวก Urgency เร็ว บางแห่งไม่มีเวลาเอาสั่ง นั่นคือ "ต้องรู้เลย ไม่งั้นออกไป" ทำให้คุณจะต้องเรียนรู้เร็วหรือหลุดออกไป
- ความสมดุลชีวิต-การงานจะถูกทำลาย — ถ้าคุณรู้ว่ามีคนค้นหาคุณ คุณอาจจะโดนขุดซ้ำ ขุดซ้ำอีก และบริษัทอาจจะใช้ประโยชน์ จากสถานการณ์นั้น โดยการให้งานหนักขึ้น ความคาดหวังสูงขึ้น
- ราคาแรงง่านของคนอื่นก็สูงขึ้นมา — ใช่แล้ว ตัวคุณได้เงินมาก แต่ต้นทุนของการจ้างคนอื่นก็สูง ทำให้บ่น ผ่านเงินไปสิ้นสุดตลาด ตรวจสอบราคาทั้งหมด
คนที่ยังอยู่ในสาขา "เหลือ" ต้องทำอะไร
ถ้าคุณจบเรียนแล้ว แล้วตอนนี้ทำงานในสาขาที่มีคนเหลือเยอะ ไม่ใช่ว่ากำลังพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ต้องมีวิธี
วิธีแรก คือ เพิ่มทักษะให้เป็นรุ่นใหม่ หรือจูบใจใหม่ — เช่น ถ้าคุณเป็น Graphic Designer ทั่วไป ลองเพิ่มเข้าไปด้านวีดีโอ Editing หรือ UI/UX Design บ้าง เสร้จอยู่ใน Design แต่มีค่า Unique
วิธีที่สอง คือ ฝึกทักษะที่ "ขาดแคลน" ขาด ถ้าคุณทำสุนทรค้นหา พบว่า Data Science หรือ Cloud Computing ขาด ลองเรียนเพิ่มเติม ก็ได้ งอก
วิธีที่สาม — นี่สำคัญที่สุด — คือ สร้าง Portfolio ที่แสดงความสามารถจริง อย่า ทำพอร์ตโฟลิโอแบบเดียวกับคน 10,000 คน ให้มันแตกต่าง มีเรื่องราว มีผลลัพธ์ที่เห็นได้
ความจริงที่อาจจะเจ็บนิดหน่อย
บ่นว่าสถานการณ์ตลาดแรงงานเปลี่ยนตลอด แล้วการมองข้างหน้าไม่ได้ชัดเจน ทำให้บ่นว่า "ฉันจะเลือกอาชีพไหนถึงจะปลอดภัย" — นี่คือคำถามที่ผิด เพราะทุกอาชีพมีช่วงที่จะว่างเว้นอาชีพและประต่าง
สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ ความเต็มใจที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าตลาดขาดแคลนหรือเหลือ ถ้าคุณเป็นคนที่ปรับตัวได้ อัปเดตตัวเองได้ คุณจะผ่านพ้นได้เสมอ
คนขาดแคลนไม่จำเป็นต้องสุขสมหวัง ตลาดเปลี่ยน งานเปลี่ยน บ่นว่าเทคโนโลยีใหม่มาแทนที่เรื่องเก่า ต้องตามเรียนตลอด คนเหลือไม่จำเป็นต้องท้อใจ ถ้าคุณมีความพิเศษ บ่นว่ามีอะไรที่เห็นได้ มีผลงานที่แสดงว่า "ทำไมต้องจ้างฉัน" บ่นว่า บริษัทจะหาคุณมา
สรุปความเห็น
เทรนด์ตลาดแรงงานปัจจุบันบอกเราว่า ไม่มีอาชีพที่ "ปลอด" ได้ตลอดไป แต่มี "ทักษะ" ที่อพยพได้ตลอดไป คนที่ติดตามเทรนด์ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีผลงาน และไม่กลัวที่จะยัดเยียด พวกนั้นจะปลอดภัยมากกว่า
ถ้าคุณกำลังเลือกสาขาการศึกษา ให้เลือกตามสิ่งที่คุณชอบ และสร้างให้มันเป็น "ทักษะจำเพาะ" ที่มีคุณค่า คนอาจจะขาดแคลนแล้ว แต่สิ่งจำเพาะของคุณจะไม่ว่างเว้นเพราะมันแรร
ถ้าคุณอยู่ในสาขาที่เหลือ ไม่ต้องเศร้า เพราะสถานการณ์ไม่ได้จบ การฝึกปรับตัว และการเล็กน้อยอพเดท ทักษะเป็นทางออกที่ใช้ได้ผล
สุดท้าย อย่าลืมว่า คนที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนอาชีพหรือก้าวหน้าในอาชีพนั้น ไม่ใช่คนที่ "โชคดี" ที่เกิดในช่วงที่สาขาขาดแคลน แต่คนที่ "สร้างความชำนาญ" ให้กับตัวเอง ตลอดเวลา