"งานตัวแรก" หลังจบการศึกษา: ตั้งโครงสร้าง หรือหาประสบการณ์? - เรื่องจริงของเจมส์กับการหางานในสมัยนี้
บริบท: เมื่อกระดาษอนุมัติใบแรก ไม่ใช่จุดเริ่มต้น
เจมส์โทรมาหาฉัน ในเดือนเมษายน ผ่านแอป LINE ขณะที่เขากำลังนั่งในห้องสมุดมหาวิทยาลัยเสร็จเรียนแล้ว เขาบอกว่า "พี่ฐิติ ผมจบปริญญาไป แต่มันไม่เหมือนฉากเรียนจบกับตรงจริงเลย" ประเด็นของเขาค่อนข้างเจาะจง - ทั้ง LinkedIn บน Indeed และเว็บโปรแกรมหางานไทยต่างระบุว่า ตำแหน่งที่เปิดไว้สำหรับเด็กใหม่กำลังเทียบเท่า "กำลังขับสิ่งที่เคยขับมา" ประสบการณ์นาน 1-2 ปีกำลังเป็นข้อกำหนดปกติ แม้จะเป็นงานเอนทรี่เลเวล
และมันไม่ใช่แค่เรื่องของเจมส์ คนรุ่นใหม่ที่ฉันพูดคุยจากที่ต่างๆ บ่นเรื่องนี้บ่อย ว่า การจบมหาวิทยาลัยนั่นเหมือนการจบเลเวล 1 เกม แต่งานจำนวนมากต้องการให้คุณมี 5 ต่างสกิลแล้ว
สถานการณ์นี้ไม่ใหม่ แต่มันแย่ลงเมื่อวงการค่อยๆ กลับไปออฟฟิส หลังจากการทำงานจากบ้านที่ขยายขอบของ "ใครสามารถทำงานนี้ได้" แล้ว บริษัทต่างๆ เริ่มระบุเกณฑ์อีกครั้ง ทำให้สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ มันกลายเป็นการแข่งขันที่โหดร้ายยิ่งขึ้น
ปัญหา: ความขัดแย้งที่มีตั้งแต่ยาว
ลูกเล่นที่เกิดขึ้นบนเว็บ
เจมส์สัมมนาแบบศูนย์ ขยายใจในการส่ง CV ไปยังตำแหน่ง "Fresh Graduate" มากกว่า 50 แห่ง ผลลัพธ์? ตอบกลับมา 2 คน และที่สำคัญกว่า - ทั้ง 2 คนถามว่า "ทำไมคุณไม่มีพอร์ตโฟลิโอหรือสายสัมพันธ์ในบริษัท" นี่คือปัญหาแรก - เว็บไซต์หางานขาดอย่างแน่นอนในแสดงตำแหน่ง "ยินดีต้อนรับมือใหม่จริงๆ" กับตำแหน่ง "ยินดีต้อนรับเฉพาะคนที่มีสายสัมพันธ์แล้ว"
ข่าวดี? เขาสังเกตเห็นแบบแรนเดม - บริษัทที่ระบุ "Fresh Grad" นั้นจริงๆ แล้วมีกระบวนการคัดกรองที่ต้องการให้คุณทำตัวอย่าง หรือเทสท์ที่ยากอย่างรุนแรง กับตำแหน่งจริงๆ ที่เปิดให้มือใหม่เข้า
ไม่มีประสบการณ์ แต่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
เจมส์สำเร็จจากอุตสาหกรรมการตลาดดิจิทัล แต่ตัวตนของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ "ประสบการณ์ 0 ปี" พอระดับ เขามีสิ่งต่างๆ มากมาย - เขาทำโปรเจคกลุ่มชั้นสุดท้าย ที่ทำให้พื้นฐาน Google Ads, Facebook Ads, และ Analytics มั่นแน่ เขาช่วยเพื่อนเล่นบ้างทำหน้าแรกของเว็บไซต์ประเทศไทยขนาดเล็ก ตั้งแต่เพิ่ม Chatbot ลงไปจนถึงการคิด Copy สำหรับ Email Marketing
แต่ปัญหากรรมการ HR อย่างน้อยครึ่งหนึ่งเมื่อดู CV ไม่ได้ ดู "ทุก" ส่วน พวกเขาแสกนความว่า "1 ปีประสบการณ์บริษัท" ว่า "0" ประสบการณ์
ตลาดหางานไทยที่แตกสลาย
นี่คือเรื่องที่ฉันเห็นไม่บ่อยพูดกัน เว็บไซต์หางานแต่ละแห่งมี "ระดับความอาสา" ของตำแหน่งไม่เท่าๆ กัน เว็บหนึ่งบอก "Fresh Grad ยินดีต้อนรับ" เว็บอื่นเขียน "Fresh Grad" แต่พื้นเพลงจริงต้องการประสบการณ์ 2 ปี บางเว็บถูกปล่อยให้ HR เก่า โพสต์แบบตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ตำแหน่งนั้นว่างไปนานแล้ว
เจมส์ติดใจกับเรื่องนี้มาก - เขาบอกว่า "พี่ ดูเหมือนว่าคนหางาน กับ คนหางาน เกิดสสารต่างโลก" ตัวหนึ่งหาตำแหน่งผ่านเว็บ ตัวหนึ่งหาผ่านเนทเวร์ก ตัวหนึ่งหาผ่านการอ้อมโลกไปทำ Freelance งาน ก่อนจะได้อ้อมกลับมา
วิธีแก้: เจมส์ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
ขั้นแรก: หยุดแค่ส่ง CV ตรงๆ
ฉันแนะนำให้เจมส์ทำสิ่งหนึ่ง - เขาต้องสร้างสิ่ง "ที่มองเห็น" ของตัวเอง ไม่ใช่แค่กระดาษ PDF สั้นๆ ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง เขาสร้าง Medium Blog โพสต์เรื่องที่เขาเรียนรู้จากโปรเจคนั้น - เขาเขียนว่า "วิธีเพิ่ม CTR ให้ Facebook Ads ของเว็บไซต์ B2B ด้วยการเปลี่ยน Audience Targeting" เขาใส่ข้อมูลจริงที่เขามี (โดยไม่บอกชื่อบริษัท) เขาใส่สกรีนช็อต ข้อมูลวิเคราะห์ ก่อนและหลัง
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? เพราะเมื่อเจมส์ส่ง CV ไปพร้อมลิงก์ Medium นั้น HR ไม่ได้ "อ่าน" เพียงแต่ดู เขา "เห็น" ว่าเจมส์สามารถทำอะไรได้ ฉันเดาว่า Medium นั้นไม่ใช่โลกของคนหลาย HR แต่สำหรับตำแหน่ง Digital ก็สำคัญมาก
ขั้นที่สอง: จำกัดเป้าหมาย แล้ว ขยายเป็นวงกว้าง
แทนที่จะส่ง CV ไป 50 แห่ง ปั้งๆ เจมส์ลดลงเหลือ 10-15 แห่ง แต่เขาเลือกบริษัทที่ตนเห็นว่าตัวเองสามารถเติบโตได้จริงๆ และสำหรับบริษัทแต่ละแห่ง เขา "ปรับแต่ง" CV ให้สอดคล้องกับคำขอของตำแหน่ง ไม่ใช่ใช้แบบเดียวไปหมด
นี่คือส่วนที่ฉันรู้ว่าหลายคนเบื่อ แต่มันมีผล - เจมส์ส่ง CV ไปยัง 5 บริษัท ที่ตรวจสอบแล้ว และจำเป็นต้องหา Fresh Grad จริงๆ (ผ่านการแนะนำเพื่อน หรือผ่านเว็บไซต์จริงของบริษัท ไม่ใช่แค่ Job Portal) โดยแต่ละครั้ง เขาแก้ไข "เหตุผลสั้นๆ" ที่อยากทำงาน ตรงกับสิ่งที่เขาเห็นจากเว็บไซต์บริษัท
ขั้นที่สาม: ห้ามลืมเนทเวิร์ก
เจมส์ติดต่อ 3 อาจารย์เก่าที่เคยสอนเขา และบอกว่าเขากำลังมองหางาน บอกดด้วยว่าสนใจตำแหน่ง Digital Marketing เจมส์ชะอักว่าไม่ยาว - ในสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์คนหนึ่งให้อีเมลแนะนำ เขามีเพื่อนที่เพิ่งเปิดบริษัท Startup ด้าน Performance Marketing ต้องการคนดี ความเชื่อมโยง "ไม่สุเท่า" แต่มันทำให้เจมส์ได้พูดคุยกับผู้ก่อตั้งบริษัท (Founder) เกือบ 1 ชั่วโมง
ฉันตระหนักดี - ไม่ใช่ทั้งหมดเป็นเนทเวร์กทรัพยากร แต่สำหรับคนจบการศึกษาไม่นาน การอ้อมสถาบันการศึกษาของเราว่าจะตั้งแต่อาจารย์จนถึง ก่อสัญญา Senior Alumni ของภาค นั่นคือ "ช่องทาง" ที่ไม่ควรมองข้าม
ขั้นที่สี่: ทีมเวิร์ก หรือการทำงานแบบ Freelance สั้นๆ ก่อน
เจมส์ไปขอแนะนำจากฉัน - ว่าหากจำเป็น เขาควรลองทำงาน Freelance ผ่าน Platform เช่น Fiverr หรือเว็บไซต์ท้องถิ่น ตามที่เหมาะ - ไม่ใช่เพื่อเงิน (เพราะ Freelance ไม่ได้ให้เงินเยอะ) แต่เพื่อสร้าง "สายสัมพันธ์ที่มีปลายเปิด" และ "ตัวอย่างงาน" ที่เขาสามารถแสดงให้ HR ของบริษัท
บางครั้ง 3-5 โปรเจคฟรีแลนซ์ที่ทำได้ดี นั้นเสมือนการมี "6 เดือน" ประสบการณ์ ในสายตาของบริษัทที่สนใจจริงๆ
ผลลัพธ์: เจมส์กับการหางานหลังจากเปลี่ยนวิธี
ไทมไลน์ที่ดำเนิน
ชั้นนี้ เจมส์เปลี่ยนวิธีการในชั้นที่สาม ของฤดูร้อน (ประมาณเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม) เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นและทำให้เขารู้สึกอดทนหมดแรง เขาเริ่มจากการเขียน Blog ของตัวเอง หลังจากนั้นฟื้นความสัมพันธ์กับอาจารย์เก่า 1 สัปดาห์ต่อมา พบปะกับ Founder ในงาน Meetup ของ Startup 3 สัปดาห์ต่อมา เจมส์ได้อ้อมแรกจากการสัมมนา Freelance ด้วย Google Ads
ทั้งหมดนี้ใช้เวลา 2 เดือน ตั้งแต่เขาเปลี่ยนวิธี กับการลาออกจากการแค่ส่ง CV
เรื่องจบที่ยังไม่ใช่เรื่องจบ
เจมส์ได้งานในตำแหน่ง Junior Digital Marketing Specialist ที่บริษัท Startup ที่อาจารย์แนะนำ เงินเดือน 18,000 บาท (ไม่ใช่เยอะ แต่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ ในอุดร) แต่ "บุคค่ล" ที่เขาได้รับนั้นจำนวนมาก - เขาทำงาน ด้วยคนสมาหมาย 5 คน บริษัท Founder ที่ให้คำแนะนำ เขามีประสบการณ์จากบริษัทเวิรนี้ที่ใหญ่ของเมืองไทย
สิ่งหนึ่งที่เจมส์บอกมา คือ "ถ้าฉันยังส่ง CV แบบ Spam 50 แห่ง ฉันคิดว่าจะติดที่เดิมต่อไป" เขาพูดมั่นใจ เพราะเขาได้ยินจาก Founder ว่า "งานของคุณไม่ใช่ CV คนอื่น งานของคุณคือการแสดงให้เห็น ว่าคุณอยากทำงานนี้ และคุณสามารถทำได้"
บทเรียนที่มีค่าข้อสำคัญ
จากเรื่องของเจมส์ มีสิ่งที่ฉันอยากจะเน้นไว้สำหรับคนที่อยากรู้ว่าจะหางานหลังจบการศึกษาในปัจจุบัน:
- ท่อสายหางานไม่ได้มีเพียงแค่เว็บ Job Portal - นั่นคือช่องทางเดียว แต่มันเป็นช่องทางที่ "คันที่สุด" ช่องทางอื่นๆ เช่น Networking, Freelance, Blog ส่วนตัว มีคุณค่าเท่าๆ กัน หรือมากกว่า
- ประสบการณ์ไม่ได้มีเพียงแค่การทำงาน Full Time - โปรเจครุ่นสาย, Freelance ชั่นน้อย, Side Project หรือแม้แต่ Blog ก็สามารถนับได้เป็น "ประสบการณ์" ในสายตาของ HR ที่ยากตูดว่า
- คุณต้องแสดงให้เห็น ไม่ใช่แค่บอก - ส่ง CV ว่า "ฉันมีทักษะ Digital Marketing" ไม่มีค่าเท่า ที่ให้เห็น Blog ที่ปรึกษา Case Study จากโปรเจคจริง
- ความคำสี่เสี้ยวหาไม่ได้หมด ความทะบะแบบมีการเลือกสรร แล้ว เมือมุ่ง - ส่ง CV 50 แห่ง ไม่ยังไปกว่า ส่ง CV 10 แห่งแต่แต่ละแห่ง "มี" ทะบะ
นอกบทเรียน: ความเป็นจริงยังไม่เบา ถ้าคุณไม่มี X ที่ส่วนตัว
ฉันเหนมต้องบอกว่า เรื่องของเจมส์เป็นแบบสุขสำหรับเขา เพราะเขามี "องค์ประกอบ" บางอย่าง - เขาจบมหาวิทยาลัยดีๆ, มีอาจารย์ที่ยังติดต่อได้, บ้านเรือนเขาอนุญาตให้เขา "ไม่เร่งด่วน" ต้องหางานจ้าง 1 เดือนแรกนั้นหากต้องการ และเขามีพื้นฐานเทคนิคที่ยากตูด ที่สามารถเรียนรู้ได้ มี Portfolio ที่สามารถจำแนกได้
แล้วถ้าคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้? ความจริงคือ มันยาก มันยากขึ้น - ระบบปัจจุบันทำให้คนที่มีข้อมูลอยู่แล้ว (Connected) ได้รับงานก่อน คนที่ไม่มีข้อมูล และ ต้องการเรียนรู้ ต้องใช้เวลา ลำบากมากกว่า นี่คือเรื่องที่ฉันดู "ไม่ยุติธรรม" อย่างเทพ ที่ระบบหาเรือบอทกำลังสร้าง
หากคุณอยู่ในสถานการณ์นี้ (ไม่มีเนทเวร์ก, ไม่มีทรัพย์สิน, ต้องหางานเร็ว) อาจจำเป็นต้องลองวิธีอื่นๆ - เช่น โปรแกรม Bootcamp สั้นๆ, การทำ Internship (ถึงแม้จะไม่ได้เงิน แต่ได้ประสบการณ์อักษร) หรือการลองเข้าบริษัท "อื่นๆ" ที่อาจไม่ใช่ "ฝัน" แรก แต่ให้โอกาส ให้ "ประสบการณ์" ครั้งแรก
เทิดทูนเพิ่มเติม: ความเสี่ยงทางจิตใจในการหางานครั้งแรก
ในเรื่องของเจมส์ มีส่วนหนึ่งที่ฉันไม่ได้พูด - เจมส์มีตอนเสียใจหลายครั้ง ในระหว่างค้นหางาน เขาได้รับการปฏิเสธเมล 15+ ครั้ง เขาทำการสัมมนา 3 ครั้ง แล้วไม่มีคำตอบกลับ เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า บ่อยครั้ง
ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ นี้ คุณต้องรู้ว่า การหางานครั้งแรกเป็นการแข่งขัน ที่มีบ่อยที่สุดเพราะว่า "ตัวเลข" ไม่ใช่เพราะคุณไม่ดี ระบบนั้นเศษน้อยมาก และ "การปฏิเสธ" ที่ได้ไม่ควรหมายความว่า "คุณไม่ดี" แต่หมายความว่า "บริษัทนั้นเลือกคนอื่นในตอนนี้"
ที่ฉันอยากแนะนำคือ ลองแนวทาง Healthline บอก เกี่ยวกับการจัดการความเครียด - ถ้าการหางานทำให้คุณรู้สึกป่วย หรือว่าคุณเห็นตัวเองอย่าง "ไม่ดี" ลองนอกหน้าที่แทนที่จะใจอาบไปเพื่อสมัครงานนั้นสำเร็จ หลายตัน ลองพักสักนิดแล้วมาใหม่
สรุป: ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่สิ่งที่คุณทำก่อนครั้งแรก
เรื่องของเจมส์บอกให้เห็นว่า การหางานในยุคนี้เป็นเรื่องราว "วิวัฒนาการ" ไม่ใช่เรื่องราว "นโยบาย" คุณอาจจะหางานผ่าน Job Portal ได้ แต่ก็ต้องมีอะไรก่อนหน้า - ให้เป็น Blog, Portfolio, Freelance Project, หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่คุณสร้างตั้งแต่เรียนหนังสือ
ถ้าคุณกำลังจบการศึกษา หรือก่าลังมองหางานครั้งแรก อย่ารอให้เว็บหางานมอบข้อมูล ให้ "สร้าง" ให้ "แสดง" ให้ "เชื่อมต่อ" ก่อน เจมส์ทำ และเขาสำเร็จ - เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จทันทีทันใด แต่เขาได้งานที่ "ถูก" ตัว และสถานที่ที่เขาสามารถทำงานได้มีความสุข
นั่นนี่คือเป้าหมายที่ดี มากกว่า "ได้งานเร็ว" - ได้งาน "ถูก" คุณประหยัด 6 เดือน 1 ปี ของการไม่ผิดหวังต่อมา